ลงประกาศสินค้าในไทย โพสขายฟรี
หมวดหมู่ทั่วไป => ฝากของขาย กระจายสินค้า เข้าร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านเครื่องสำอางค์ ร้านขายยา => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 14 มกราคม 2026, 17:08:55 น.
-
ซ่อมบำรุงอาคาร: เลือกแอร์อย่างไรให้เหมาะกับ “บ้าน” ของเรา (https://snss.co.th/dt_post/technical-services/)
การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้านไม่ใช่แค่การเดินไปชี้รุ่นที่ชอบ แต่คือการคำนวณ "ขนาดห้อง" ให้สมดุลกับ "ความเย็น" เพื่อให้แอร์ทำงานไม่หนักเกินไปและประหยัดค่าไฟได้สูงสุดครับ
4 ขั้นตอนการเลือกแอร์ให้เป๊ะกับบ้านของคุณครับ
1. คำนวณค่า BTU ให้เป๊ะ (หัวใจสำคัญ)
BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความเย็น ถ้าเลือก BTU น้อยไปแอร์จะพังไว (เพราะทำงานไม่หยุด) แต่ถ้ามากไปห้องจะชื้นและค่าแอร์แพงเกินจำเป็นครับ
สูตรคำนวณเบื้องต้น:
พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปร (Power)
ประเภทห้อง ค่าตัวแปร (Power)
ห้องนอน (แดดไม่ส่อง) 700 - 800
ห้องนอน/ห้องนั่งเล่น (แดดส่อง) 800 - 900
ห้องทำงาน/ห้องที่มีคนเยอะ 900 - 1,000
ร้านอาหาร/ห้องกระจกทั้งตัว 1,000 - 1,200
ตัวอย่าง: ห้องนอนขนาด 4x4 เมตร = 16 ตร.ม. (แดดส่อง) → 16×850=13,600 BTU (ควรเลือกแอร์ขนาด 15,000 BTU)
2. เลือกประเภท "Inverter" หรือ "Fixed Speed"?
Inverter (แนะนำ): มอเตอร์ทำงานต่อเนื่องโดยการปรับรอบการหมุน
ข้อดี: ประหยัดไฟกว่า 30-50%, อุณหภูมิคงที่, เสียงเงียบ
เหมาะกับ: ห้องนอนหรือห้องที่เปิดใช้นานๆ (เกิน 4 ชม./วัน)
Fixed Speed (แอร์ธรรมดา): มอเตอร์ตัด-ต่อการทำงานเมื่อถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้
ข้อดี: ราคาเครื่องถูกกว่า, เย็นเจี๊ยบทันใจ (เย็นแบบกระชาก), ซ่อมบ่ายง่าย
เหมาะกับ: ห้องที่เปิดใช้ไม่บ่อย หรือห้องรับแขกที่ต้องการความเย็นเร็ว
3. ดูที่ "ฉลากเบอร์ 5" และค่า SEER
อย่าดูแค่ว่ามี "เบอร์ 5" ให้ดูที่ "ดาว" ด้วยครับ (ปัจจุบันมีสูงสุด 5 ดาว)
ยิ่งดาวเยอะ ยิ่งประหยัดไฟ
ให้สังเกตค่า SEER (ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งประหยัดไฟมาก) โดยทั่วไปแอร์ที่ดีควรมีค่า SEER 15-20 ขึ้นไป ครับ
4. พิจารณา "ตำแหน่งติดตั้ง" ในบ้าน
ประเภทของเครื่องก็มีผลกับความสวยงามและการใช้งานครับ:
แบบติดผนัง (Wall Type): ยอดนิยมที่สุด ดูแลรักษาง่าย ราคาไม่แพง
แบบฝังฝ้า (Cassette Type): สวยหรูหรา กระจายลมได้ 4 ทิศทาง เหมาะกับบ้านสถาปนิกออกแบบหรูหรือร้านอาหาร
แบบแขวนใต้ฝ้า (Ceiling Type): ส่งลมได้ไกลและแรง เหมาะกับห้องยาวๆ หรือออฟฟิศ
💡 Checklist ก่อนจ่ายเงิน
บริการหลังการขาย: ยี่ห้อนั้นมีศูนย์ซ่อมใกล้บ้านไหม? อะไหล่แพงหรือเปล่า?
ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM2.5 ไหม? มีระบบ Self-Cleaning ไล่ความชื้นเองได้หรือเปล่า?
การรับประกัน: โดยปกติควรรับประกันคอมเพรสเซอร์ 5-10 ปี และแผงวงจร 3-5 ปี